ฝากขัง 9 สมุน ‘โกตี๋’ แดงฮาร์ดคอร์ครอบครองอาวุธ ศาลไม่ให้ประกัน นอนคุกเรียบ

ดีเอสไอนำตัว 9 ผู้ต้องหาเครือข่าย ‘โกตี๋‘ แนวร่วมเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ ซุกซ่อนอาวุธปืนสงคราม เตรียมก่อเหตุในวัดพระธรรมกาย ขออำนาจศาลอาญารัชดา ฝากขัง พร้อมค้านประกัน ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ด้านญาติ 2 ผู้ต้องหายื่นหลักทรัพย์ประกันตัว แต่ศาลไม่อนุมัติ เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และมีพฤติการณ์ก่อความรุนแรง

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.00 น. วัน( 25 มี.ค.) นางปานฤดี บำเพ็ญบุญ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ. พร้อมกำลังได้ควบคุมตัว นายธีรชัย หรือระพิน อุตรวิเชียร อายุ 55 ปี กับพวกรวม 9 คน ผู้ต้องหา คดี ร่วมกันก่อการร้าย มีอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียน ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองได้ฯ โดยพนักงานสอบสวนระบุในคำร้องสรุปว่า

ในช่วงปลายปี 2542 – 20 พ.ค.2553 ต่อเนื่อง กัน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินคดีกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการณ์แห่งชาติหรือ นปช.หรือคนเสื้อแดงโดยกล่าวหาว่า ร่วมกันก่อการร้ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่บางส่วนเกี่ยวพันกันและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา คดีหมายเลขดำ อ.2542/53 ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า ยังมีกลุ่มบุคคลของนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ ผู้ต้องหาตามหมายจับ 739/60 ลงวันที่ 22 มี.ค.2560 ซึ่งยังหลบหนี ได้ร่วมกันวางแผนสะสมอาวุธ อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิด เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายและก่อเหตุความไม่สงบขึ้นอีก กระทั่งวันที่ 18 มี.ค.60เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมวัดพระธรรมกาย และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อตรวจค้นใน 9 จุด 7 จังหวัด พบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิดเครื่องกระสุนจำนวนมาก และอาวุธบางส่วนเกี่ยวพันกับการชุมนุมเมื่อปี 2553 เอกสารการจัดกองกำลัง แผ่นซีดีกิจกรรมคนเสื้อแดง แผ่นตนาสัญญลักษณ์ นปช. ป้ายผ้าแดงระบุข้อความ” โกตี๋ แดงปทุมธานี “บ่งชี้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน เป็นเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ มีพฤติการณ์ร่วมกันสะสมกำลังหรืออาวุธ และสนับสนุนการก่อการร้ายปี 2553

ต่อมาวันที่ 24 มี.ค.พนักงานสอบสวนดีเอสไอ.ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ฐานร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันครอบครองอาวุธสงคราม และเครื่องกระสุน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ครอบครองได้ ฯ และอื่นๆ ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำพยานบุคคล ที่เกี่ยวข้องในคดีอีก 25 ปาก รอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง และอื่น ๆ จึงขอฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.- 5 เม.ย. นี้

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจาก ผู้ต้องหาเป็นกลุ่มบุคคลที่นิยมความรุนแรง และมีพฤติการณ์ร่วมกันสะสมกำลังพล และอาวุธสงครามเพื่อก่อเหตุรุนแรงหรือเพื่อใช้ต่อสู้กับรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย หากปล่อยชั่วคราว เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปก่อเหตุรุนแรงอีก ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาติของนายธนโชติ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายบุญส่ง ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 6 แสนบาท และ 3 แสนบาทตามลำดับขอปล่อยชั่วคราว

อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีตามข้อกล่าวหา มีอัตราโทษสถานหนักสูงสุดถึงประหารชีวิต พฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะการกระทำเป็นขบวนการก่อให้เกิดความรุนแรงและความไม่สงบสุขในบ้านเมือง ทั้งพนักงานสอบสวนค้านการประกัน เพราะเกรงจะหลบหนีหรือไปก่อเหตุร้ายประการอื่นอีก ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ระหว่างสอบสวนยกคำร้อง

ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 8 คน ประกอบด้วย นายธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู อายุ 57 ปี นายบุญส่ง คชประดิษฐ์ อายุ 54 ปี นายประเทือง อ่อนละมูล อายุ 58 ปี นางปลิตา เรืองสุวรรณ อายุ 62 ปี นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 56 ปี ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี นายอุดมชัย หรือแสนรัก นพสวัสดิ์ อายุ 60 ปี และน.ส.เอมอร วัดแก้ว อายุ 44 ปี ตามลำดับ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาชาย – หญิง ทั้ง 9 คน ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารปฏิบัติการตรวจค้นแหล่งสะสมอาวุธสงคราม 9 จุดใน จ.ปทุมธานี และใกล้เคียง เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเคยนำอาวุธของกลางไปก่อเหตุในช่วงการชุมนุมปี 2553 โดยหลังจากปี 2553 กลุ่มผู้ต้องหามีการนัดประชุมวางแผนหลายครั้ง ก่อนจะก่อเหตุทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และใกล้เคียง รวมทั้งยอมรับว่าได้มีการประชุมเพื่อเตรียมก่อเหตุในพื้นที่วัดพระธรรมกาย ขณะเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ากลุ่มดังกล่าวพยายามจะสร้างความปั่นป่วนและปลุกปั่นในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย

นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาอีก 4 ราย รวมถึง นายวุฒิพงศ์ หรือ “โกตี๋” ด้วยที่อยู่ระหว่างหลบหนีอยู่บริเวณชายแดนประเทศลาว ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับทั้ง 4 คน ข้อหาร่วมกันครอบครองอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้, มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองไว้แล้ว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s