ทะลวง ลำไย ไหทองคำ หมอลำซิ่งท่าเต้นสยิว (แหก) ทะลุทุกองศา

เพราะเส้นทางชีวิตของแต่ละคนไม่ได้สวยหรูงดงามถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป “ลำไย ไหทองคำ” นักร้องลูกทุ่งหมอลำซิ่งวัย 18 ปีเช่นกัน ชีวิตเธอดั่งบทละครเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ จากนักร้องหมอลำซิ่งบ้านๆ รับจ้างร้องเพลงตามงานเลี้ยง ลานเบียร์ เพื่อช่วยยายกับแม่ “หาเงิน” เลี้ยงปากท้องประทังชีวิตให้ผ่านไปได้ในแต่ละวัน ชีวิตพลิกผันดังชั่วข้ามคืนในโลกโซเชียลจากท่าเต้นสุดสะแด่ว “ฉีกขาเตะสูง” กับกระแสวิจารณ์ด้านลบที่ถูกชาวโซเชียลรุมด่าจนหน้าชา

ทว่ายิ่งถูกด่า กลับยิ่งทำให้ชื่อของ ลำไย ไหทองคำ นั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น ถึงขนาดหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างพากันใจสั่นรัวเมื่อได้ชมการโยกย้ายเรือนร่างโชว์ลีลาทั้ง แหก แหวก ฉีก แบบจัดเต็มเวลาขึ้นโชว์บนเวที ใช่ว่าเธอจะมีดีแค่ลีลาการเต้นยั่วยวนเท่านั้น ลูกคอที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กส่งผลให้เพลง “ผู้สาวขาเลาะ” ที่ปล่อยออกมาได้เพียง 3 เดือนมียอดวิวกว่า 113 ล้านวิว แรงฮิตจนคิวงานถูกจองล่วงหน้าแน่นเอี๊ยดไปจนถึงปีหน้า

ชีวิตที่เลือก (ไม่) ได้ของ ลำไย ไหทองคำ

ลำไย ไหทองคำ มีชื่อจริงว่า สุพรรณษา เวชกามา อาศัยอยู่กับคุณแม่และยายที่ จ.ร้อยเอ็ด กระทั่งเรียนจบชั้นอนุบาล 1 ได้ระเห็ดเร่ร่อนเข้ามาอยู่เมืองหลวง เพราะฐานะทางบ้านยากจนคุณแม่ของเธอจึงตัดสินใจพายายและตัวเธอเข้ามาทำงานหาเงินเลี้ยงปากท้องกัน ด้วยการแพ็กถั่ว ลูกอม ไปเดินขายตามร้านข้าวต้มตอนกลางคืน ด้วยความที่ยังเล็กและไม่รู้เรื่องราวอะไรมาก เธอก็ไปช่วยยายและคุณแม่ขายของด้วยทุกวันตั้งแต่อายุได้เพียง 5 ขวบเท่านั้น

หากจะพูดถึง “ความลำบาก” ของฐานะครอบครัว ลำไย ไหทองคำ เธอบอกว่า ตอนเด็กๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดด้วยความที่เราเด็กมากอาจจะยังจำความลำบากตรงนั้นได้ รู้แต่ว่าพอจำความได้ก็ช่วยแม่ช่วยยายขายของมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ลำบากมากถึงขนาดไม่มีเงินซื้อ “นาฬิกาปลุก” แค่นาฬิกาปลุกอันเดียวราคาไม่กี่ตังค์ยังไม่มีเงินซื้อ นั่นทำให้สมัยเด็กเธอมักจะไปเรียนสายเป็นประจำ

ด้วยเห็นคุณแม่ชอบร้องเพลง ฟังทุกวัน จนร้องตามได้ทำให้ ลำไย ไหทองคำ รักในเสียงเพลง และชื่นชอบการเต้นมาตั้งแต่เด็กๆ เธอเล่าย้อนให้ฟังว่า

“เริ่มจากการได้มารู้จักกับภารโรงที่ทำงานอยู่ในโรงเรียนและมีวงดนตรีอิเล็กโทน และลูกของเขาเป็นแดนเซอร์อยู่ในวงเห็นว่าหนูร้องเพลงได้ เสียงก็ใช้ได้ เลยชวนให้มาร้องเพลงในวง หนูก็ตอบตกลง และมาร้อง อีกทั้งเขาก็เห็นด้วยว่าฐานะทางบ้านของหนูไม่โอเคเท่าไหร่ เขาจึงอยากที่จะช่วยเหลือหนู นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการถูกจ้างให้มาเป็นนักร้องตั้งแต่เรียนอยู่ ป.4 โดยเพลงที่ร้องในตอนนั้นก็เป็นเพลงลูกทุ่งและก็เพลงวาไรตี้ทั่วไป จากนั้นเป็นนักร้องประกวดร้องเพลงของโรงเรียนไปประกวดร้องเพลงกวาดรางวัลมาหมด ทั้งที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ชมเชย ได้มาหมด โดยที่ทักษะในการร้องเพลงไม่ได้เรียนร้องเพลงเลย มีเพียงตอนที่เรียนอยู่ชมรมนาฏศิลป์คุณครูจะเป็นคนฝึกให้ว่าร้องแบบนี้นะก่อนที่จะไปประกวดแค่นั้นเอง”

หลังจากเดินสายร้องเพลงประกวดตามรายการต่างๆ รับจ้างร้องเพลงตามงานเลี้ยงต่างๆ จนวันหนึ่งขณะที่ร้องเพลงอยู่ที่ลานเบียร์ ได้เจอกับ อาจารย์ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ พร้อมกับถามว่า มีค่ายหรือมีสังกัดอะไรหรือยัง อยากทำเพลงมั้ย?

“อาจารย์บอกว่าอยากมาช่วยรับงานให้พร้อมกับอยากทำเพลงให้เรา เราก็ตกใจ แต่พออาจารย์ถามว่าอยากทำเพลงมั้ย หนูก็ตอบตกลงอาจารย์ไป เพราะตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีสังกัดที่ไหน พร้อมทั้งได้ปรึกษากับคุณแม่แล้ว คุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเวลาหนูไปร้องเพลงที่ไหนจะพาคุณแม่ไปด้วยตลอด หลังจากนั้นก็ได้เข้ามาอยู่ในสังกัดไหทองคำ เร็คคอร์ด”

วันนี้เรามีโอกาสได้ล้วงลึกแกะเกาะทุกซอกทุกมุมของ ลำไย ไหทองคำ ที่ต้องบอกเลยว่าแม้เธอจะยังเด็ก แต่ความฉลาดในการตอบคำถามของเธอนั้นไม่เบาเลย

หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงใช้ชื่อว่า ลำไย ไหทองคำ ชื่อนี้อาจารย์ประจักษ์ชัยเป็นคนตั้งให้ แต่กว่าจะเป็นชื่อนี้มีมีที่มาที่ไป

“จริงๆ แล้วอาจารย์ประจักษ์ชัยได้ตั้งชื่อเอาไว้อยู่แล้วตั้งแต่แรก เพียงแต่ยังไม่มีนักร้อง พอหนูเข้ามาอาจารย์ก็ให้เลือกชื่อซึ่งมี 2 ชื่อให้เลือก คือ ลำไย ไหทองคำ กับ สำเพ็ง เด้งดี ด้วยความที่มีตัวเลือกน้อย หนูจึงเลือกชื่อ ลำไย ไหทองคำ ดีกว่า เพราะถ้าชื่อ สำเพ็ง เวลามีใครเรียกอารมณ์เหมือนจะไปซื้อผ้า หรือไปซื้อของมากกว่า”

หลังจากได้ชื่อที่จะใช้ในวงการเพลงลูกทุ่งแล้วอาจารย์ประจักษ์ชัยเริ่มลงมือเขียนเพลงให้กับ ลำไย ไหทองคำในเพลงชื่อว่า 17 สิเข้า เพราะตอนนั้นเธออายุ 16 ย่างเข้า 17 ปี แนวเพลงเป็นลูกทุ่ง หมอลำ ความหมายสองแง่สองง่ามนิดหนึ่ง ทว่าเพลงนี้ยังไม่โดนใจคนฟังจึงไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ แต่อาจารย์ก็ยังรับงานเล็กๆ ให้ไปโชว์อยู่เรื่อยๆ

โซเชียลระอุ “ท่าฉีกขาเตะสูง” ยิ่งด่ายิ่งดัง

ถึงแม้ว่าเพลง 17 สิเข้า จะยังดัง แต่กลับมีกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ในโลกโซเชียลขึ้นมา เมื่อมีคนโพสต์ภาพขณะที่ ลำไย ไหทองคำ ทำการแสดงโชว์ด้วยท่า “ฉีกขาเตะสูง” จนเป็นที่วิจารณ์สนั่นโซเชียล

“ตอนนั้นตกใจมาก ที่มีภาพฉีกขาถูกโพสต์ไปในโซเชียล ซึ่งจริงๆ ท่านั้น หนูแค่ยกขาขึ้นมาเฉยๆ ไม่ได้เอาขาพาดบ่า แต่ว่าภาพที่ออกมาคล้ายกับว่าหนูเอาขาไปพาดบ่า บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นหนูเองก็ตกใจและตั้งตัวไม่ทันเหมือนกัน เพราะจู่ๆ เพียงชั่วข้ามคืนชื่อ ลำไย ไหทองคำ ก็ถูกพูดถึงอย่างมากพร้อมกับกระแสวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและถูกเมนต์ต่อว่าต่างๆ นานา”

รูปที่เป็นกระแสในโซเชียล ลำไย ไหทองลำ บอกว่า เป็นแฟนคลับของเธอเองซึ่งเป็นคนญี่ปุ่น เขาชื่นชอบเธอดังนั้นเวลาเธอไปโชว์ที่ไหนหนุ่มญี่ปุ่นคนนี้ก็จะตามไปถ่ายภาพเธอ ซึ่งจังหวะที่เธอเตะขาขึ้นแล้วก็เอาลงเลยใช้เวลาแค่แป๊บเดียว ไม่ได้เตะขาแล้วโพสต์ท่านั้นไว้ แต่จังหวะเตะขาขึ้นไปนั้นเองแฟนคลับชาวญี่ปุ่นของเธอได้กดชัตเตอร์พอดี เธอยังบอกอีกว่า สังเกตหน้าเธอสิ ยังเอ๋อๆ อยู่เลย และไม่รู้ว่าวันนั้นคือโชคดีหรือว่าโชคร้ายเพราะการฉีกขาเตะสูงนั้นคือครั้งแรกที่เธอทำนั้น เพียงแค่ครั้งแรกก็เป็นกระแสในโลกโซเชียลเลย

วันรุ่งขึ้นตื่นมาแล้วตกใจมาก มีคนส่งรูปมาให้ดูว่ามีเพจเอารูปไปลง หนูเลยกดเข้าไปดู ถึงกับช็อก! เพราะคอมเมนต์เยอะมากและเป็นการคอมเม้นท์วิจารณ์เรามากกว่า ตอนนั้นคิดว่าแค่เพจเดียวที่เอารูปนี้ไปลง พอเลื่อนดูไปเรื่อยๆ ปรากฎว่าหลายเพจมากที่เอารูปเราไปแล้วแชร์กันเรื่อยๆ ตอนนั้นเครียดแล้วก็คิดหนักและกลุ้มใจมาก แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า “ไม่เป็นไร เพราะเขาเห็นกันแค่ในโซเชียล เดี๋ยวเขาก็ลืม” หลังจากนั้นหนูก็ไม่กดเข้าไปดูรูปนั้นตามโซเชียลอีกเลย”

จากจุดกำเนิดของกระแสโซเชียลในตอนนั้น ทำให้วันนี้ชื่อของ ลำไย ไหทองคำ เป็นที่รู้จักของคนมากขึ้น งานวิ่งเข้ามาจนต้องจองคิวกันล่วงหน้าเป็นปี ชนิดที่วิ่งรอกออกงานใช้ชีวิตอยู่แต่บนรถตู้

ทุกวันนี้ในหนึ่งวันเธอสามารถรับงานร้องและแสดงโชว์ได้เต็มที่คืนละ 3 งาน หากเป็นแถวพัทยาสามารถรับได้ 4 งานต่อคืนเพราะเลิกเช้าเลย จากค่าตัวร้องเพลง 150 บาทร้องตั้งแต่ 1 ทุ่มยันเที่ยงคืน มาตอนนี้ค่าตัวอยู่ที่ 65,000 บาท ในการโชว์เสียงร้อง 1.30 ชั่วโมง

“ชีวิตหนูตอนนี้กับเมื่อก่อนแตกต่างกันมากๆ เมื่อก่อนเราร้องเพลง ก็แค่ร้องไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้เราเหมือนต้องเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิต ทั้งเวลานอน การใช้ชีวิต โดยตอนนี้ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่แต่บนรถ กินนอนบนรถตลอด แทบจะไม่ได้กลับบ้านเลย”

“หนูไม่เสียดายชีวิตวัยรุ่นที่ขาดหายไปจากหนูในตอนนี้นะ”

แม้งานยุ่งจนไม่สามารถทำอะไร 2 อย่างพร้อมๆ กันได้ เธอจึงเลือกอาชีพร้องเพลง เป็นหลัก และดร็อปเรื่องการเรียนเอาไว้ตั้งแต่อยู่ชั้น ม.5

“หนรู้สึกว่าการต้องมาใช้ชีวิตอยู่แต่บนรถตู้แบบนี้ “มันดีด้วยซ้ำไป” เพราะหนูสามารถหาเงินได้ อย่างเพื่อนๆ ที่เรียนอยู่ตอนนี้ก็เพิ่งจบ ม.6 กำลังเครียดกับการหาที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัยกัน หนูก็เสียดายนะ อยากกลับไปเรียน แต่ว่าตอนนี้หนูขอเก็บเงินก่อน ถ้าหนูรวยแล้วหนูยังสามารถกลับไปเรียนได้ ฉะนั้นแล้วช่วงเวลานี้หนูขอกอบโกยเงินก่อน เพราะมันคือสิ่งสำคัญสิ่งเดียวที่จะทำให้ครอบครัวหนูฟื้นขึ้นมาได้ หากวันหนึ่งกระแสตกหนูก็ไม่สามารถกลับมาหาเงินตรงนี้แบบวันนี้ได้อีกแล้ว”

อ่านต่อที่ ซี้ด! ทะลวงชีวิต “ลำไย ไหทองคำ” หมอลำซิ่งท่าเต้นสยิว (แหก) ทะลุทุกองศา โดย ผู้จัดการรายวัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s