ผู้หญิงมีพฤติกรรมฟับบิ้ง (Phubbing) เข้าสู่สังคมก้มหน้ามากกว่าชาย

BTS Phubbing

จิตแพทย์วิจัยพบผู้หญิงมีพฤติกรรม “ฟับบิ้ง” จิ้มมือถือไม่สนใจคนรอบข้างมากกว่าผู้ชาย เหตุเสพติดอินเทอร์เน็ต เป็นห่วงคนชินชาพฤติกรรมไร้มารยาท กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในสังคมเข้าสู่สังคมก้มหน้าโดยสมบูรณ์

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2559 นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ตนและ ดร.คาเร็น ดักกลาส ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสังคม มหาวิทยาลัยเคนท์ ประเทศอังกฤษ ได้ร่วมกันศึกษา “ปัจจัยที่ทำให้เกิดพฤติกรรมฟับบิ้ง (Phubbing) และผลของพฤติกรรมฟับบิ้งต่อบรรทัดฐานทางสังคมในปัจจุบัน”ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Computers in Human Behavior

ทั้งนี้พฤติกรรมฟับบิ้ง หมายถึง พฤติกรรมของมนุษย์ที่ให้ความสนใจโทรศัพท์มือถือมากกว่าคู่สนทนาและคนรอบข้าง ดังที่จะเห็นได้ทั่วไปในสังคมไทยไปที่ไหนก็จะเห็นคนนั่งกันเป็นกลุ่ม แต่ทุกคนกลับก้มหน้ากดสมาร์ทโฟน เล่นโซเชียลมีเดีย โดยไม่สนใจจะคุยกับคนรอบข้าง เป็นความเผลอเรอดูถูกคู่สนทนาทางอ้อมโดยที่เราอาจไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไร้มารยาท ส่วนในประเทศไทยจะคุ้นหูกันดีกับคำว่า “สังคมก้มหน้า”

นพ.วรตม์ กล่าวว่า จากการศึกษาพฤติกรรมฟับบิ้งในคนอังกฤษทั่วไปจำนวน 251 ราย อายุระหว่าง 18 – 66 ปี พบว่า ผู้หญิงมากกว่า 50% จะ “ฟับ” ใส่คนรอบข้างมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน ผู้ชายไม่ถึง 30% จะฟับใส่คนรอบข้างมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน

ในทางกลับกันผู้หญิงเกือบ 70% จะถูกฟับจากคนรอบข้างมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน และมีผู้ชายน้อยกว่า 40% เท่านั้นที่ถูกฟับจากคนรอบข้างในปริมาณเดียวกันนี้

ผลการวิจัยหลักชี้ว่า ปัจจัยต้นตอหลักๆ ของพฤติกรรมฟับบิ้งมาจาก 3 สาเหตุ คือ
1. ภาวะติดอินเทอร์เน็ต
2. ความกลัวการตกกระแสและข้อมูลข่าวสาร
3. การขาดการควบคุมตนเอง ส่งผลให้เกิดภาวะ “ติดสมาร์ทโฟน”อย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลต่อให้เกิดพฤติกรรมฟับบิ้งอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญคือจากการศึกษายังพบว่า หลังจากที่เรา “ฟับ” ใส่เพื่อนของเราบ่อยๆ แล้ว ก็จะถูกเพื่อน “ฟับ” กลับมามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน จะวนเวียนเป็นวงจรแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ

“การฟับคนรอบข้าง และการถูกคนรอบข้างฟับ ทั้ง 2 ปัจจัยนี้รวมกันจะส่งผลให้ตัวเรามองบรรทัดฐานทางสังคมเกี่ยวกับมารยาทการใช้โทรศัพท์มือถือเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต และอาจเปลี่ยนแปลงตลอดไปจนสังคมก้มหน้ากลายเป็นเรื่องปกติทั้งหมด” นพ.วรตม์กล่าทั้งนี้หากมองย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน จะเห็นได้ว่าสังคมของเราไม่เคยมีรูปแบบการสนทนาลักษณะนี้เลย จนมาถึงปัจจุบันที่เรียกได้ว่า เริ่มเข้าสู่สังคมก้มหน้า หากเรายังไม่ตระหนักและไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฟับบิ้งของตัวเราเองและคนรอบข้าง ในท้ายที่สุดทุกคนในสังคมจะเริ่มชินชา และมองว่าเป็นบรรทัดฐานปกติของสังคม และเราทุกคนจะก้าวเข้าสู่สังคมก้มหน้าสมบูรณ์แบบในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา ไทยทริบูน

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s