อัยการนัดสั่งคดีพระธัมมชโย-ศุภชัย ดีเอสไอ-ปปง. เอาผิดทางแพ่งคดีฟอกเงิน

DhammachiyoF

อัยการฯ นัดสั่งคดีพระธัมมชโย-อดีตปธ.สหกรณ์ยูเนี่ยนกับพวกรวม 5 คนร่วมฟอกเงิน-รับของโจร13 ก.ค. อธิบดีดีเอสไอประสาน ปปง. ดำเนินดคีแพ่งกับทรัพย์สินของพระธัมมชโยพร้อมผู้ต้องหาทุกรายตามกฎหมายฟอกเงิน พระสงฆ์รูปอื่นที่อยู่ในข่ายเตรียมตัว

การนัดผู้ต้องหามาสั่งคดีในวันที่ 13 ก.ค.นี้ คดีนี้มีผู้ต้องหา 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีตัวประกอบด้วย นายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ น.ส.ศรัณยา และนางทองพิน ผู้ต้องหาที่ 3 และ 4 ซึ่งดีเอสไอนำตัวมาส่งให้อัยการด้วย
กลุ่มที่สอง ดีเอสไอยังไม่ได้ส่งตัวมา ประกอบด้วย พระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 และนางศศิธร ผู้ต้องที่ 5 แต่มีหมายจับส่งมาให้อัยการด้วย การส่งสำนวนจึงเป็นการส่งแบบไม่มีตัวผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหามีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง การที่มีหมายจับส่งมาให้แสดงให้เห็นว่ามีทางที่จะติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสองนั้นมาได้ อัยการจึงรับสำนวนไว้ได้

การแจ้งข้อกล่าวหาของพระธัมมชโย การสอบสวนสามารถ จะทำที่ไหน เวลาใด ยังไงก็ได้ ส่วนกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา ก็เป็นกระบวนการสอบสวนด้วย ซึ่งตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 134 ถ้ามีตัวผู้ต้องหาอยู่หน้าพนักงานสอบสวนก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาหรือแจ้งข้อเท็จจริงทางคดีเพื่อทำการสอบสวนต่อไปได้ ทั้งนี้เป็นเพียงความเห็นในข้อกฎหมาย ซึ่งอาจมีการตีความแตกต่างกันได้ แต่ทางปฏิบัติจะถือเป็นดุลพินิจของดีเอสไอซึ่งอัยการจะไม่ก้าวล่วงโดยการตามจับก็ไม่ใช่หน้าที่ของอัยการ อย่างคดีนี้ยังถือว่าการสอบสวนยังไม่สิ้นกระแสความ ยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อตัวผู้ต้องหา

ดีเอสไอประสานปปง.ดำเนินคดีทางแพ่งทรัย์สินพระธัมมชโย

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ภายหลังการสรุปสำนวนสั่งฟ้องพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ดีเอสไอจะประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินในทางแพ่งกับทรัพย์สินผู้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินทุกรายต่อไป

ในส่วนของผู้ที่มีรายชื่อรับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยไม่มีมูลหนี้ต่อกัน อาทิ นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้ถูกอายัดทรัพย์ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว

ทางด้านพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคารกล่าวว่า หลังจากนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะประชุมร่วมกับอัยการสำนักการสอบสวน เพื่อเร่งรัดการสอบสวนคดีฟอกเงินกับกลุ่มเครือข่ายพระวัดธรรมกายรูปอื่นๆ ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายร่วมกันฟอกเงิน โดยจะคัดแยกผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดออกไป

พ.ต.ท.ปกรณ์ยืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้ดำเนินคดีกับพระธัมมชโยเพียงคนเดียว แต่ดำเนินการกับผู้ร่วมกระทำผิดทุกราย
ที่มา ไทยทริบูน

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s