ฝากขัง “หมอหยอง” นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ และพวก คดีหมิ่นสถาบันฯ

อาท จิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ / หมอหยอง สุริยัน สุจริตพลวงศ์

อาท จิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ / หมอหยอง สุริยัน สุจริตพลวงศ์ Cr ภาพ : ASTV ผู้จัดการออนไลน์

ตำรวจคุม  “หมอหยองนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์  (นายสุริยัน อริยวงค์โสภณ) กับพวกคือ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาร์ท คนสนิทหมอหยอง มาที่ศาลทหารกรุงเทพ ฝากขังผลัดแรก ข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ( หมิ่นเบื้องสูง!! จับ “หมอหยอง” นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หมอดูชื่อดัง ผู้ต้องหา ม.112 )

ประวัติ 3 ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง

  • หมอหยอง นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ (หรือชื่อ-สกุลเดิม นายสุริยัน อริยวงค์โสภณ) หมอดูและนักโหราศาสตร์ชื่อดัง เกิดที่จังหวัดตรัง เป็นบุตรคนที่ 9 ของครอบครัวที่มีพี่น้อง 13 คน บิดามารดาประกอบอาชีพค้าขาย หมอหยองจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และปริญญาโทด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ จากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ เช่น กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาชิกกิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย พ.ศ.2547, เลขาธิการสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, กรรมการบริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, ที่ปรึกษาอธิบดีกรมพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นต้น
  • นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ เป็นคนสนิท (เลขานุการส่วนตัว) ผู้ติดตาม และประสานงานต่างๆ ของหมอหยอง ชื่อเดิมคือ “จิรวงศ์ ทองนา” มีชื่อเล่นว่า “อาท” เกิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2529 เป็นชาวจังหวัดตรัง บิดาคือนายประพันธ์ ทองนา มารดาคือนางวัฒนา ทองนา ภายหลังขอจดทะเบียนชื่อสกุลเป็น “วัฒนเทวาศิลป์” เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2558 ปัจจุบันอายุ 29 ปี โดยได้ร่วมงานกับ “หมอหยอง” มาประมาณ 6 ปี นอกจากมือขวาคนสนิทของหมอหยองแลัว ยังเป็นช่างภาพ โดยมีฉายาว่า “อาท ชัตเตอร์มหาเทพ”
  • พ.ต.ต. ปรากรม วารุณประภาสารวัตรเอี๊ยด” เป็นลูกคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 4 คน ของ พลตำรวจโท วัฒนชัย วารุณประภา อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ได้ทุนรัฐบาลในส่วนของกระทรวงกลาโหม ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อย ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 2 ปี และเรียนหลักสูตรกดารจัดการในมหาวิทยาลัยในลอนดอนอีก 3 ปี กลับมาประเทศไทยเตรียมใช้ทุนให้กับกระทรวงกลาโหม แต่ได้รับการชักชวนให้ไปเป็นตำรวจ ได้อุปสมบทที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดยมีโอกาสได้ทำหน้าที่ตามเสด็จสมเด็จพระสังฆราช ทั้งตอนเป็นพระ และกลับมารับราชการตำรวจเป็นที่มาของชื่อเรียก “นายเวรพระสังฆราช” “นว.รังษี 1” ซึ่งมีหน้าที่คอยดูแลรับใช้ ดูหมายเสด็จ  ต่อมาปี 2541 มียศเป็น ร้อยตำรวจเอก ดำรงตำแหน่ง รองสารวัตรงาน 1 กองกำกับการ 4 ศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ถูกไล่ออกจากราชการ ฐานกระทำความผิดวินัยร้ายแรง ปลอมแปลงลายพระหัตถ์ กำหนดการเสด็จของสมเด็จพระสังฆราช แต่ภายหลัง พ.ต.ต.ปรากรม ก็พ้นจากข้อกล่าวหาเนื่องจากอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี โดยผ่านพระราชบัญญัติล้างมลทิน จึงขอกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง กระทั่ง มกราคม 2558 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ พ.ต.ต.ปรากรม กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งสารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. และเพิ่มยศจากเดิม ร.ต.อ.เป็น พ.ต.ต. พร้อมทั้งได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ตรวจสอบเว็บไซต์หมิ่นสถาบันเบื้องสูง

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s