ประหารชีวิต ‘4 มือยิง M79’ บิ๊กซีราชดำริ สารภาพลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิต

ประหารชีวิต 4 เสื้อแดงมือยิง M 79

ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาประหารชีวิต 4 จำเลย ยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่บิ๊กซีราชดำริ ระหว่างการชุมนุม กปปส. เดือนกุมภาพันธ์ปี 57 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 21 คน แต่จำเลยรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ชดใช้ 5 แสนบาท

ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง มีนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีของ

  • จำเลยที่ 1 นายชัชวาล ปราบบำรุง
  • จำเลยที่ 2 นายสมศรี มาฤทธิ์
  • จำเลยที่ 3 นายสุนทร ผิผ่วนนอก
  • จำเลยที่ 4 นายทวีชัย วิชาคำ

ในความผิดต่อชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายร่างกาย, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และความผิด ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.57 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.57 เวลากลางวัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้ออกประกาศศูนย์รักษาความสงบ ฉบับที่ 2/2557 ลงวันที่ 23 ม.ค.57 เรื่อง ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหสถาน ภายในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลนำอาวุธ สิ่งเทียมอาวุธ เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด สิ่งใดที่อาจนำมาใช้ได้อย่างอาวุธฯ หรือสิ่งอื่นใดในทำนองเดียวกันที่สามารถดัดแปลงเป็นอาวุธอันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายของบุคคลใด รวมถึงเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนหรือของทางราชการ เข้าไปในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ที่ประกาศ ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ม.11มีผลใช้บังคับอยู่ จำเลยทั้งสี่ กับพวกอีก 3 คนซึ่งหลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันมีเครื่องยิงลูกกระสุนระเบิด ขนาด 40 มิลลิเมตร แบบเอ็ม 79 ยาว 28 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง , ลูกระเบิดยิงชนิดระเบิดสังหาร (HE) ขนาด 40 มิลลิเมตร จำนวนเท่าใดไม่ปรากฏชัด ซึ่งเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ และเป็นยุทธภัณฑ์ทางทหาร ตามประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง กำหนดยุทธภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ข้อ 2.1.2 ประเภทกระสุน วัตถุระเบิด ส่วนประกอบและอุปกรณ์ และข้อ 2.1.2.5 ลูกระเบิดที่นายทะเบียนจะอนุญาต ให้ไม่ได้ไว้ในความครอบครองของจำเลยโดยจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายและไม่ได้รับการยกเว้นใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

โดยจำเลยทั้งสี่ กับพวก ทราบถึงประกาศ ศูนย์รักษาความสงบดังกล่าวแล้ว ได้บังอาจนำและพาเครื่องยิงลูกกระสุนระเบิด จำนวน 1 เครื่อง ลูกระเบิดยิง ชนิดระเบิดสังหาร (HE) จำนวนเท่าใดไม่ปรากฎชัด ที่เป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด ซึ่งนายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ นำอาวุธดังกล่าวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน หรือของทางราชการ ติดตัวไปที่บริเวณสะพานข้ามแยกประตูน้ำ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. ที่เป็นพื้นที่ในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ และบริเวณพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในท้องที่ระกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และเป็นพื้นที่ ที่ ผบ.ตร หัวหน้าผู้รับผิดชอบในเขตท้องที่ตามประกาศดังกล่าว ได้ออกประกาศห้ามนำอาวุธปืนออกนอกเคหสถานภายในเขตพื้นที่ และห้ามนำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดเข้าไปในพื้นที่ ตามประกาศศูนย์รักษาความสงบ ฉบับที่ 2/2557

ซึ่งจำเลยทั้งสี่ กับพวก ไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดติดตัวและโดยไม่มีเหตุสมควร อีกทั้งไม่ใช่กรณีที่ต้องมีอาวุธปืนเครื่องกระสุน และวัตถุระเบิดติดตัว โดยจำเลยก็ไม่ใช่เจ้าพนักงาน และไม่ได้รับการยกเว้นใดๆ ตามกฎหมาย จึงเป็นการฝ่าฝืนประกาศและกฎหมาย

นอกจากนี้ จำเลยทั้งสี่ กับพวกมีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ได้ร่วมกันใช้เครื่องยิงลูกกระสุนระเบิด ขนาด 40 มิลลิเมตร แบบเอ็ม 79 ยิงลูกระเบิดชนิดสังหาร (HE) ขนาด 40 มิลลิเมตร ซึ่งเมื่อเกิดการระเบิดขึ้นมีรัศมีฉกรรจ์ 5 เมตร จากจุดระเบิด ยิงไปยังกลุ่มประชาชนผู้ชุมนุมทางการเมืองซึ่งใช้ชื่อว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส) ที่มีประชาชนเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก บริเวณสี่แยกราชประสงค์ต่อเนื่อง มาถึงหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.

โดยกระสุนปืนที่จำเลยทั้งสี่กับพวก ยิงไปดังกล่าวตกใส่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ ทำให้เกิดระเบิดขึ้นจำนวน 1 ครั้ง สะเก็ดระเบิดได้กระจายถูกร่างกายของผู้เข้าร่วมชุมนุมและประชาชนทั่วไปที่อยู่บริเวณดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย อีกทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่อาจประกอบกรณียกิจได้ตามปกติ อีก 9 ราย และมีผู้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ด้วยจำนวน 12 ราย ขณะที่การระเบิดดังกล่าว เป็นเหตุให้แผงร้านค้าและรถสามล้อโดยสารหรือรถตุ๊กตุ๊ก เหตุเกิดที่แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน จึงขอศาลได้พิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฏหมาย และขอสั่ง ริบเครื่องยิงลูกกระสุนระเบิด เอ็ม 79 จำนวน 1 เครื่อง และรถยนต์ จำนวน 3 คัน ของกลาง

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า หลักฐานที่จำเลย นำสืบมา ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบได้ จึงพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่ มีความผิดตามฟ้อง ให้ประหารชีวิตสถานเดียว

แต่คำให้การของจำเลย เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้งสี่ไว้ตลอดชีวิต และให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนผู้บาดเจ็บ 534,700 บาท ด้วย.

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s