นายกฯ เสียใจต่อท่าทีสหรัฐ ยืนยันไม่ให้ประเทศใดแทรกแซงไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี เสียใจต่อท่าทีของสหรัฐที่ยังไม่เข้าใจไทย แต่ไม่ขอวิจารณ์ ยืนยัน ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะไม่ให้ประเทศใดมาแทรกแซงประเทศไทย ย้ำ ไม่เคยใช้กฎหมายมาโจมตีทางการเมือง หรือไล่ล่าตระกูลใด ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม เรียกร้องให้กลับมาสู้คดี ไม่ใช่หนีออกนอกประเทศ แล้วด่าประเทศตัวเอง ระบุ สั่ง คสช.เรียก “สุรพงษ์” และคนขู่รัฐบาลมาปรับทัศนคติ ขณะที่ กรณีของ “ยิ่งลักษณ์” ให้เกียรติในฐานะอดีตนายกฯ หากจะออกนอกประเทศ ส่งศาลพิจารณา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ กรณีที่สหรัฐอเมริกายังคงโจมตีประเทศไทย ว่า ได้บอกผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปแล้วว่า รู้สึกเสียใจกับการแสดงความเห็นของนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ไม่เข้าใจการทำงานของรัฐบาล และกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

“สหรัฐฯ เป็นมิตรประเทศกับไทยมายาวนาน ถือว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สุด ที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่เคยตอบโต้อะไร ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องชี้แจงให้สหรัฐฯ เข้าใจว่า การแก้ไขปัญหาของไทยมีขั้นตอน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ท่าทีของสหรัฐฯ และยังมั่นใจว่า สหรัฐสามารถแยกแยะได้ว่า อะไรคือเรื่องการเมือง อะไรคือการค้า เศรษฐกิจ ดูได้จากการร่วมลงทุนและการค้าขายยังเดินหน้าต่อได้

“ขอยืนยันว่า ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี จะไม่ยอมให้ประเทศใดเข้ามาแทรกแซงประเทศไทย ทุกประเทศมีศักดิ์ศรี ประเทศไทยก็ต้องมีศักดิ์ศรี ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลให้เกียรติกับทุกประเทศ และผมไม่เคยต่อต้านใคร แต่ผมเสียใจในการแสดงความคิดเห็นที่มันไม่ใช่ ไปฟังข้างนี้แล้วออกมาพูดแบบนี้ มันไม่ใช่ บางครั้งที่ผมไม่พูดอะไร ก็เพราะอาย” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนอีกฝ่ายที่พยายามพูด สื่อก็ต้องไปตำหนิว่าไม่ถูกต้อง และต้องให้ความรู้กับประชาชน และว่าการทำงานของรัฐบาล ถ้าไม่ดีก็ให้ว่ามา แต่ถ้าดีก็ช่วยขยายความให้ประชาชนเข้าใจ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับปัญหาเรื่องคดีความ หรือเรื่องการถอดถอนที่มีการดำเนินการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นวิธีการตามปกติ ไม่ได้ไล่ล่าตระกูลใคร และว่า ได้สั่งการให้เร่งรัดรวบรวมคดีของทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ให้นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฎิบัติ ขอย้ำว่าไม่เคยคิดใช้กฎหมายโจมตีทางการเมือง หากทำเช่นนั้น ก็จะทำให้สิ่งที่ต้องปฏิวัติมาเสียของเปล่า

“ผมเห็นว่า ทั้ง 28 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็เข้ามามอบตัวทั้งหมดแล้ว อีกฝ่ายก็เข้ามามอบตัวบ้างสิ ถ้าคิดว่าตัวเองถูก ก็เข้ามามอบตัว เรื่องมันก็จบ หนีกันไปทำไม ถ้าเข้ามาต่อสู้กันในกระบวนยุติธรรม ก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน แล้วก็ประกันตัวกันออกไป แล้วก็สู้คดีกัน ประเทศเราต้องเป็นแบบนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนที่หนีไปต่างประเทศ คือพวกที่ไม่ยอมรับในกระบวนการยุติธรรม หากอนาคตคนที่มีความผิด ไม่ว่าจะเป็นคดีอาญา หรือคดีอื่นๆ หนีไปต่างประเทศ แล้วก็มาด่าประเทศตัวเอง อย่างนี้ประเทศไทยจะอยู่อย่างไร และคนเหล่านี้จะไม่กลับมาประเทศไทยอีกแล้วหรือ ถ้าไม่กลับก็ไม่ต้องกลับ

“การที่มีการไประบุว่า มีการไปนำตัวมา แล้วไปซ้อม คนอย่างผมจะทำหรือ มีแต่สั่งว่าอย่าไปทำอะไรเขานะ เรียกมาพูดคุย หาอาหารให้กินกันดีๆ ระดับผู้ใหญ่ อดีตนายกฯ ขอห้องแอร์ ผมก็หาห้องแอร์ให้นอน นี่แหละคือผม แล้วไปพูดอะไรกันคนละเรื่อง หาว่าเอาถุงดำครอบหัว นั่นมันในหนังต่างประเทศ ใครจะไปทำ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ต่อข้อถามว่า หากวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องคดีอาญา คสช.จะยอมให้ออกนอกประเทศหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องการยอมหรือไม่ยอม เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ว่าจะอนุญาตให้ออกนอกประเทศหรือไม่

“ผมได้สั่งให้ คสช.ไปศึกษาว่า หากมีคดี หรือศาลตัดสินคดีแล้ว จะสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้หรือไม่ ถ้าศาลระบุว่า เมื่อตัดสินแล้ว ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ คสช.ก็คงไม่อนุญาตให้ไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้ติดต่อมา เพื่อขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ แต่หากติดต่อมา ก็จะส่งเรื่องไปถามศาล ถ้าศาลบอกว่าไปได้ก็ไปได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้เรียกคนที่ออกมาพูดในลักษณะข่มขู่รัฐบาลว่าจะเกิดความรุนแรงมาชี้แจง การขู่รัฐบาลถือว่าผิดกฎหมาย และหากไม่ยุติการเคลื่อไหว ก็จะใช้อำนาจของตน ระงับการเดินทางและห้ามออกนอกประเทศ และจะต้องมีการตรวจสอบบัญชีการใช้จ่ายเงินทองต่างๆ เรื่องนี้มีมาตรการจากเบาไปหาหนัก

ต่อกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะให้ คสช.เรียกมาปรับทัศนคติ ส่วนกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่วนตัวให้เกียรติมาตลอด ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรียังสวมกำไลหินสีอยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ถอดออกไปแล้ว บอกลุกสาวแล้ว เขารู้ว่าอะไรก็เอาไม่อยู่ ที่ผมมีอารมณ์โมโห ก็เป็นแบบนี้ คนสูงวัย และว่า ปกติเป็นคนอารมณ์ดี เป็นคนโรแมนติก แต่ทุกวันนี้ ไม่ได้คิดเรื่องอื่น คิดแต่เรื่องการแก้ปัญหา ตั้งแต่เช้าถึงเย็น กลับบ้านก็นั่งดูทีวี ดูข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ แล้วก็นั่งเขียนว่าพรุ่งนี้อะไร พอเช้าขึ้นมา ก็มีคณะทำงานเข้ามาพบ มีการสั่งงาน เซ็นหนังสือ และประชุม

“ชีวิตทุกวันนี้ มีอยู่เท่านี้ จึงขอร้องว่า ท่านอย่าทำลายความหวังเดียวของท่าน ถ้าคิดว่าผมเป็นความหวังของท่าน ฝากสำหรับทุกคนด้วย เพราะถ้าเราไม่ทำวันนี้ ก็จะสายเกินไป อย่าให้ใครมากดดันรัฐบาล เราเป็นคนไทยมีเกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นไทย และเราต้องภูมิใจในความเป็นไทย ทำให้เห็นว่าคนไทยรักกัน แต่ถ้าคนไทยไม่ต้องการแบบนี้ ก็จะนำไปกลับไปสู่ความขัดแย้งอีก” นายกรัฐมนตรี กล่าว .

สำนักข่าวไทย

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s