ระบอบทักษิณคืออะไร

ทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณ ชินวัตร


ขณะนี้คุณสุเทพ เทือกสุบรรณทิ้งไพ่ใบสุดท้ายประกาศให้ทุกคนต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง ให้วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2556 เป็นวันแตกหัก ดังนั้น สำหรับผู้ที่ยังลังเลเลือกข้างไม่ได้ บางทีอาจเป็นเพราะไม่แน่ใจว่าระบอบทักษิณที่คุณสุเทพและแกนนำทั้งหมดต้องการล้มล้างเป็นอย่างไร มีจริงหรือไม่บทความชิ้นนี้อาจจะทำให้ผู้ได้เข้าใจมากขึ้นว่าระบอบทักษิณอะไรและอาจทำให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ระบอบทักษิณไม่ใช่ระบอบที่มีหลักปรัชญาหรือมีการออกแบบระบบอย่างเป็นเรื่องเป็นราวระบอบทักษิณเป็นระบอบที่เกิดจากการวิวัฒนาการหรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า evolution วิวัฒนาการที่มีเป้าหมายที่มุ่งสู่การเข้าสู่อำนาจในการบริหารประเทศหรือเป็นรัฐบาลนั่นเอง

จะเข้าใจระบอบทักษิณ คงต้องมองย้อนหลังไปที่เส้นทางสู่เวทีการเมืองของคุณทักษิณ ชินวัตรคุณทักษิณเคยรับราชการตำรวจและในขณะเดียวกันก็ทำธุรกิจไปพร้อมๆ กับการรับราชการ ธุรกิจที่ค่อนข้างทำเงินให้ทักษิณในขณะนั้นคือเป็นตัวแทนบริษัทไอบีเอ็มเพื่อยื่นประมูลขายระบบคอมพิวเตอร์ (Mainframe) ให้กับหน่วยราชการต่างๆ แต่ธุรกิจอื่นๆ เช่นธุรกิจภาพยนตร์และอสังหาริมทรัพย์ไม่ประสบความสำเร็จทำให้เกิดหนี้ัสินมากมายจนกระทั่งมาได้ธุรกิจโฟนลิงค์และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือคลื่น 900 ซึ่งเป็นธุรกิจกึ่งผูกขาดที่ได้สัมปทานของรัฐ ธุรกิจโทรศัพท์มือถือเป็นธุรกิจที่ทำให้คุณทักษิณร่ำรวยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ในช่วงรัฐบาลพลเอก ชาติชาย ชุนหะวัณ คุณทักษิณยังมีความใกล้ชิดกับคุณเฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกำกับดูแล อ.ส.ม.ท.ขณะนั้นคุณทักษิณพยายามวิ่งเต้นเพื่อให้ได้สิทธิ์การทำธุรกิจเคเบิ้ลทีวีจาก อ.ส.ม.ท.โดยจะร่วมลงทุนกับบริษัทต่างประเทศภายหลังมีปัญหาถูกบริษัทต่างประเทศฟ้องคดีฉ้อโกงไม่แน่ว่าปัจจุบันคดีนี้จบลงแล้วหรือไม่

ในช่วงรัฐบาลคุณอานันท์ ปันยารชุน หรือรัฐบาลรสช. คุณทักษิณประมูลได้สัมปทานดาวเทียมซึ่งเป็นธุรกิจผูกขาด 100% ธุรกิจของคุณทักษิณจึงเหมือนกับติดปีกทำเงินได้เป็นหมื่นล้านภายในเวลาไม่กี่ปีจะเห็นว่าธุรกิจของทักษิณที่ประสบความสำเร็จล้วนเป็นธุรกิจที่ต้องวิ่งเต้นกับราชการทั้งสิ้น ทักษิณจึงเป็นนักวิ่งเต้นกับราชการมาตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจเลยก็ว่าได้

ปี พ.ศ.2537 รัฐบาลชวน หลีกภัย โดยการชักชวนของพลตรีจำลอง ศรีเมืองและคุณสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แห่งพรรคพลังธรรมซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลทักษิณก็ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศต่อมาคุณทักษิณได้เป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรมแทนพลตรีจำลอง และได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา และเป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ที่ทักษิณประกาศว่าจะแก้ปัญหาจราจรในกทม.ภายใน 6 เดือนแต่ล้มเหลว และจากนั้นไม่เคยพูดเรื่องการจราจรอีกเลยในช่วงนี้เองที่มีเสียงนินทาว่าคุณทักษิณมีส่วนรู้เห็นเรื่องการลดค่าเงินบาททำให้ได้ประโยชน์มหาศาล และหลังจากนั้นจึงได้ทิ้งพรรคพลังธรรมปีพ.ศ. 2541 คุณทักษิณก่อตั้งพรรคไทยรักไทยประกาศว่าจะเป็นพรรคที่จะมีแต่นักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นน้ำดี มีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองผู้ที่จะเข้าสังกัดพรรคไทยรักไทยโดยมีดร.คณิต ณ นครเป็นประธานเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีแต่นักการเมืองที่ดี แต่หลังจากนั้นไม่นานก็รับคุณเสนาะ เทียนทอง และกลุ่มวังน้ำเย็นเข้าพรรคดร.คณิต ถึงกับลาออกจากพรรคจากนั้นก็เริ่มซื้อตัวผู้ที่มั่นใจได้ว่าจะได้รับเลือกเป็นส.ส.เข้าพรรคและในที่สุดก็ควบรวมพรรคความหวังใหม่และพรรคชาติพัฒนาเข้ามาเป็นไทยรักไทย การทำเช่นนี้เป็นการทำตรงกันข้ามกับปณิธานที่ได้ประกาศไว้อย่างสิ้นเชิง

ไม่เพียงแต่ซื้อส.ส.ซื้อพรรค คุณทักษิณยังมีทีมการตลาดชั้นยอดนำโดยดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พรรคไทยรักไทยจึงสามารถค้นพบความต้องการที่แท้จริงของคนรากหญ้าที่พรรคอื่นไม่ค่อยเหลียวแลและใช้นโยบายที่โดนใจคนรากหญ้าที่เราเรียกกันว่าประชานิยมเพื่อใช้หาเสียงเพื่อให้ได้คะแนนเสียง Partylist น่าเสียดายที่คุณทักษิณมุ่งเพียงให้ได้คะแนนเสียงแต่ไม่เคยสนใจว่านโยบายเหล่านั้นเมื่อปฏิบัติแล้วจะมีผลเสียในระยะยาวหรือไม่อย่างไร

อย่างไรก็ดีการซื้อส.ส.ซื้อพรรคกับนโยบายประชานิยมส่งผลให้ไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายและได้เป็นรัฐบาล คุณทักษิณจึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีในที่สุด

คดีซุกหุ้นที่หวุดหวิดจะทำให้ทักษิณต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นบทเรียนที่ทำให้ทักษิณพยายามทุกวิถีทางที่จะเอาคนของตัวเองไปนั่งอยู่ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่สามารถให้คุณให้โทษเช่น ปปช.กกต.และอื่นๆและเพื่อให้สามารถส่งคนของตัวเองเข้าไปได้ก็ต้องสามารถครอบงำวุฒิสภาได้ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นส.ว.ที่ดูจะต้องทำตามค่ำสั่งทักษิณส่วนใหญ่เป็นส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งนอกจากนี้เพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจที่อ้างว่าขายให้ลูกไปแล้วและเอื้อต่อการทุรจริตคอร์รัปชั่นยังต้องสามารถครอบงำรัฐวิสหากิจต่างๆ และบริษัทมหาชนที่กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ เช่น การสื่อสารแห่งประเทศไทย การบินไทย ปตท.เป็นต้น

จะเห็นว่าการดำเนินงานการเมืองแบบคุณทักษิณจำเป็นต้องใช้เงินอย่างมหาศาลเพื่อให้ชนะเลือกตั้งเช่นเงินที่ใช้ซื้อ ส.ส.ซื้อพรรคและเงินที่ต้องจ่ายให้ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อให้ในการหาเสียงหรือซื้อเสียงเงินเดือนที่ต้องจ่ายให้ ส.ส.ทุกๆ เดือนเป็นต้นแน่นอนคุณทักษิณคงไม่ใช้เงินส่วนตัวเพื่อเป็นรายจ่ายเหล่านี้ หากใช้เงินส่วนตัวไปบ้างก็ต้องเอาคืน ดังนั้นจึงต้องหาเงินเข้าพรรคอย่างต่อเนื่อง วิธีการหาเงินมีอยู่ 3 วิธีคือ ทุรจริตคอร์รัปชั่นทางตรงจากโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ทุรจริตคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายจากการใช้อำนาจและการแก้กฎหมายและกฎระเบียบเพื่อให้เอื้อต่อการได้ประโยชน์ซึ่งหนักหนากว่าวิธีแรกและวิธีที่สามคือการขายตำแหน่งรัฐมนตรีให้แก่นักธุรกิจกระเป๋าหนักว่ากันว่าสำหรับรัฐมนตรีว่าการต้องจ่ายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

จากข้อมูลข้างต้นทั้งหมดระบอบทักษิณจึงเป็นระบอบที่มีวิวัฒนาการมาจากความต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีของคุณทักษิณเองเหตุผลที่แท้จริงของความต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่แรกไม่มีใครทราบได้แต่ภายหลังเป็นที่ชัดเจนว่าไม่ใช่เพื่อประเทศชาติแน่ๆการที่ชาวนาและคนระดับรากหญ้าได้ประโยชน์จากคุณทักษิณก็เพราะความต้องการได้คะแนนเสียงเท่านั้นเมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก็เริ่มมีการพัฒนาเครือช่ายและวิธีการต่างๆเพื่อให้อยู่อำนาจได้นานที่สุดวิธีการที่ใช้ไม่ได้คำนึงถึงหลักจริยธรรมและคุณธรรมแต่ประการใดหากวิธีการที่จะใช้ขัดกับข้อกฎหมายก็ใช้เสียงข้างมากแก้กฎหมายเสียให้ทำได้

ลักษณะของระบอบทักษิณน่าจะสรุปได้เป็นข้อๆ ด้งนี้

1.ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เสียงส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งทุกครั้ง รวมถึงการซื้อส.ส. ซื้อพรรค ซื้อเสียง ข่มขู่ ส.ส. ที่ไม่ให้ความร่วมมือ

2.ออกนโยบายเพื่อให้ได้คะแนนเสียงโดยไม่ต้องคำนึงถึงผลเสียต่อประเทศชาติทั้งในระยะสั้นและระยะยาว กลยุทธ์คือเลือกเน้นคนส่วนใหญ่

3.สร้างภาพกับคนส่วนใหญ่โดยไม่ต้องสนใจคนส่วนน้อยที่มีการศึกษาที่ดีกว่าว่าจะคิดอย่างไร

4.ใช้อำนาจในการหาเงินให้ได้มากที่สุดทุกวิถีทาง และใช้เงินเหล่านั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและคงอำนาจไว้ให้นานที่สุด

5.ควบคุมกลไกในการออกกฎหมายให้ได้ด้วยเสียงส่วนใหญ่ทั้งสองสภา

6.ควบคุมกลไกการตรวจสอบที่มีทั้งหมด เพื่อไม่ให้เอาผิดต่อตัวเองและพรรคพวกได้

7.ควบคุมตำรวจทหารให้ทำตามคำสั่งด้วยการตั้งคนของตัวเองเข้าสู่ตำแหน่งที่คุมกำลังให้ได้มากที่สุด

8.ควบคุมรัฐวิสาหกิจที่แสวงหากำไรทั้งหมดด้วยการตั้งพรรคพวกหรือผู้ที่ยินยอมรับคำสั่งไปเป็นกรรมการบริหาร และเมื่อคุมกรรมการบริหารได้แล้วก็สามารถตั้งคนของตัวเองเป็นซีอีโอได้อำนาจการบังคับบัญชาที่แท้จริงรวมศูนย์อยู่ที่คุณทักษิณแต่เพียงผู้เดียว

9.หากตััวเองไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจได้ ก็ต้องผลักดันคนที่ตัวเองสั่งได้ และไว้ใจได้ เช่นน้องเขยหรือน้องสาวให้เข้าสู่ตำแหน่งนั้นแทนโดยไม่ให้หัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี

10.การเลือกคนเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองเลือกบนพื้นฐานของระบบโควต้าระบบการให้รางวัลตอบแทนและการเชื่อฟังคำสั่งเป็นอันดับแรกความสามารถที่เหมาะสมเป็นอันดับรองการแต่งตั้งข้าราชการประจำให้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆเช่นปลัดกระทรวงรองปลัดกระทรวงอธิบดีก็ใช้หลักเดียวกันกับข้อ 7 จัดตั้งมวลชนอย่างเป็นระบบเพื่อใช้การสนับสนุนตัวเอง ข่มขู่ผู้อื่น และต่อต้านผู้คัดค้าไม่เคารพคำตัดสินของศาลใดๆหากคำตัดสินเป็นโทษต่อตัวเองเคารพคำตัดสินของศาลเฉพาะที่เป็นคุณเท่านั้น

นี่คือลักษณะ10 ประการของระบอบทักษิณ ความจริงยังมีอีกบางประการที่ไม่อาจเขียนบอกได้ แต่จะให้เกร็ดที่เป็นความจริงแท้แน่นอนไว้ดังนี้

คุณทักษิณเคยพูดกับผู้ที่มีบทบาทสูงอย่างยิ่งในการจัดตั้งรัฐบาลไทยรักไทย เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “คุณจะอยู่กับผู้ชนะหรือคุณจะอยู่กับคนแก่ๆ คนหนึ่ง

นั่นเป็นเหตุผลที่คนคนนั้นลาออกจากพรรคไทยรักไทยนับแค่บัดนั้น

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s