“ทรงพระเจริญ” กึกก้อง เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“ทรงพระเจริญ” กึกก้อง พสกนิกรทั่วหล้าต่างเปล่งเสียงจากหัวใจ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จออกมหาสมาคม   “ในหลวง” มีพระราชดำรัส บ้านเมืองเราเป็นสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามีความยึดมั่นในชาติ คนไทยควรตระหนัก ตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมฐานะและหน้าที่ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมือง
เวลา 10.09 น. วันที่ 5 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักเปี่ยมสุขถึงยังศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล

เมื่อรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จประทับรถนั่งเข้าศาลาราชประชาสมาคม ก่อนเสด็จฯ ขึ้นบนชั้น 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายในนพปฎลมหาเศวตฉัตร

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนพระบรมวงศานุวงศ์ ใจความว่า “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม บัดนี้วันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาได้เวียนมาอีกวาระหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ มีความปีติปราโมทย์พ้นประมาณ ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้มาประชุมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทแสดงความจงรักภักดี และถวายพระพรชัยมงคล นับแต่เถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงปฏิบัติพระองค์และปฏิบัติพระราชกิจน้อยใหญ่โดยบริสุทธิ์บริบูรณ์ทุกสถาน กล่าวคือทรงปฏิบัติพระองค์ธำรงมั่นอยู่ในราชนิติธรรมของพระมหากษัตริย์อย่างเคร่งครัด และทรงพระราชอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ เพื่อความผาสุกของประชาชนและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ พระเกียรติคุณในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจึงเป็นที่ประจักษ์ทั่วไปทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวโลก ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์สุดประเสริฐเลิศด้วยพระบุญญาธิการ และเพียบเพ็ญด้วยพระบารมี

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงเป็นผู้มีโชควาสนาอย่างยิ่งที่เกิดมาในแผ่นดินไทยภายใต้พระบุญญาบารมี จึงได้รับพระมหากรุณาชุบเลี้ยงให้มีความสุขความเจริญ และมีเกียรติยศเป็นที่เชิดชูตามฐานานุศักดิ์ ซึ่งข้าพระพุทธเจ้าต่างทราบตระหนักอยู่ทั่วหน้า ในมหาสมัยมงคลพิเศษนี้ จึงขอถวายสัตย์ปฏิญญาว่า จะตั้งใจประพฤติตนปฏิบัติงานโดยเต็มสติปัญญาความสามารถ ตามพระราชจริยาและพระบรมราโชบายที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างพระราชทานไว้ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท กับขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก กับทั้งพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระมหากษัตริย์ในอดีตทุกพระองค์ จงพร้อมกันอภิบาลรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ทรงพระเกษมสุขปราศจากมลทินทุกข์และพยาธิภัย มีพระราชหฤทัยผ่องแผ้วปลอดพ้นจากเครื่องรบกวนกังวล มีพระราชประสงค์จำนงใดที่จะอำนวยประโยชน์สุขให้แก่รัฐสีมาประชาชน ขอจงสำเร็จสรรพศุภผล ดังพระราชหฤทัยจำนงทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ในศุภวาระเฉลิมพระชนมพรรษาที่เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า สุดสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดไม่ได้ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวง ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทชมพระบารมี และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคลในราชประชาสมาคมอุดมสันนิบาตนี้ เมื่อครั้งต้นรัชกาลซึ่งเป็นเวลากว่า 60 ปี ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงริเริ่มโครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่าขึ้นเป็นโครงการตามพระราชดำริแห่งแรก รวมไปถึงอีกหลายโครงการที่ล้วนสร้างความก้าวหน้าและความปลาบปลื้มใจแก่ปวงชนชาวไทย ด้วยอำนาจแห่งพระมหากรุณาที่ทรงปรารถนาจะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่อาณาประชาราษฎร์ ตลอดระยะเวลาอันยาวนานจนถึงปัจจุบัน พระมหากรุณาที่ยิ่งฉายชัด และกระจ่างแจ้งไปทั่วราชอาณาเขต

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงผู้เป็นพสกนิกรได้ครองชีวิตที่เป็นสุขและร่มเย็น เพราะได้อาศัยพระปรีชาญาณ และน้ำพระราชหฤทัยในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทหลั่งรินรดเศียรเกล้าตลอดมาไม่เคยห่างหาย ด้วยอำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย พระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระมหากษัตริย์เจ้าในอดีต และอำนาจแห่งคำสัตย์ความจริงที่กราบบังคมทูลพระกรุณามาตั้งแต่ต้น ขอจงเป็นผลบันดาลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงพระเจริญสุขเกษมสวัสดิ์สารพัดทุกข์โรคภัยอย่าได้กล้ำกรายพระบาทยุคล ทรงไกลกังวลและทรงเปี่ยมสุขอยู่ทุกทิพาราตรีกาล สมดังใจปรารถนาของปวงข้าพุทธเจ้าผู้เป็นข้าแผ่นดินอยู่ตราบฟ้าและดิน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในมหามงคลสมัย วันเฉลิมพระชนมพรรษาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่งในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสมาชิกรัฐสภา ในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทย มีความปลื้มปีติยินดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดไม่ได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ได้มาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความจงรักภักดี ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงเลิศล้ำยิ่งด้วยพระราชอัจฉริยภาพ ทรงทุ่มเทอุทิศกำลังพระวรกาย กำลังพระปัญญา และกำลังพระราชทรัพย์ บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงอาณาประชาราษฎร์ให้ร่มเย็นเป็นสุขเสมอมา

ในวาระมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2556 นี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน สรรพโรคาภาพภัยพิบัติ และอุปัทวันตรายอย่าได้แผ้วพาน พระเกียรติคุณจำรูญจำรัสแผ่ไพศาลทั่วทิศานุทิศ สถิตเสถียรในมไหศูรย์ราชสมบัติ ทรงเฉลิมฉัตรเป็นพระมิ่งขวัญร่มโพธิ์ทองของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบจิรัฐิติกาล ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กราบบังคมทูลถวายคำสัตย์ปฏิญาณว่า ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพ ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ทหารรักษาพระองค์ และทหารทุกหน่วย ทุกเหล่าทัพ ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสถวายสัตย์ปฏิญาณ

ต่อไปนี้ ให้ทหารถวายคำสัตย์ปฏิญาณตามข้าพเจ้า ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ขอถวายคำสัตย์ปฏิญาณต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ว่า ข้าพระพุทธเจ้าจักยอมตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ข้าพระพุทธเจ้าจักจงรักภักดีและถวายความปลอดภัยต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จนชีวิตหาไม่ ข้าพระพุทธเจ้า จักเชิดชูและรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ ของทหารรักษาพระองค์ ทั้งจักปฏิบัติตนให้เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ ใจความว่า “ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาโดยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอสนองพรและไมตรีทั้งนั้น ด้วยใจจริงเช่นกัน
บ้านเมืองของเราเป็นปึกแผ่นมั่นคง และร่มเย็นเป็นสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามีความยึดมั่นในชาติ   และต่างบำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ ให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติ คนไทยทุกคนจึงควรจะให้ตระหนักในข้อนี้ให้มาก แล้วตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมแก่ฐานะและหน้าที่ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม คือความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย
ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์  จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้มีแต่ความผาสุก ร่มเย็นตลอดไป”

ผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในมหาสมาคมทั้งหมดถวายความเคารพ เจ้าพนักงานรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตร เจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญาณ ชาวพนักงานประโคมเช่นเวลาเสด็จออก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับเวลา 11.09 น.
สำหรับบรรยากาศการเดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนทั้งไทยและเทศจากทุกทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมุ่งหน้ามาจับจองที่นั่งบริเวณถนนเพชรเกษม ริมถนนหน้าวังไกลกังวลอย่างเนืองแน่น บางรายมาจับจองที่นั่งตั้งแต่เช้าของวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งประชาชนที่มาส่วนใหญ่พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นจะเป็นสีฟ้า และสีชมพู จนเวลา 08.00 น. บริเวณริมสองฝั่งถนนหน้าวังไกลกังวลได้แน่นขนัดไปด้วยผู้คน จนประชาชนที่มาทีหลังไม่สามารถเข้าไปภายในจุดที่เจ้าหน้าที่จัดให้นั่งรอรับเสด็จได้ แต่ก็ยังพยายามเบียดดันกันเข้าไปด้านใน จนเจ้าหน้าที่ต้องขอความร่วมมือให้รอรับเสด็จอยู่ที่ด้านนอก จนเวลา 09.00 น. พบว่าประชาชนยังคงทยอยมาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ เจ้าหน้าที่จึงจัดให้ประชาชนนั่งบนถนนที่บริเวณหน้าทางเข้าจุดรับเสด็จใกล้ประตูวังไกลกังวลด้านทิศใต้ แต่ยังมีประชาชนทยอยมาไม่ขาดสาย ยิ่งรถไฟขบวนพิเศษที่ 929 ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดวิ่งระหว่างสถานีรถไฟหัวลำโพง-หัวหิน เพื่อรับ-ส่งประชาชนเพื่อเดินทางมาร่วมถวายพระพรโดยไม่คิดค่าโดยสารเดินทางมาจอดที่บริเวณจุดจอดรถไฟชั่วคราว ยิ่งทำให้พื้นที่รอรับเสด็จเต็มไปด้วยประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม
ส่วนบริเวณประตูด้านทิศใต้ของวังไกลกังวล หน้าร้านโกลเด้นเพลส สาขาหัวหิน ก็มีประชาชนนั่งรอการเสด็จฯ ออกจากประตูกันอย่างใจจดใจจ่อ จนเมื่อโทรทัศน์วงจรปิดจอขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนหน้าร้านโกลเด้นเพลสได้แพร่ภาพและรายงานว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพระตำหนักเปี่ยมสุขแล้ว ทันทีที่รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนพ้นประตู ประชาชนหลายหมื่นคนต่างนำพระบรมฉายาลักษณ์ โบกธงตราสัญลักษณ์ ภปร. และธงชาติไทยพร้อมกัน และเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” กันกึกก้องไปทั้งบริเวณหน้าวังไกลกังวล
โดยรถยนต์พระที่นั่งได้ชะลอความเร็ว ทำให้ประชาชนสามารถเห็นพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างใกล้ชิด ทรงโบกพระหัตถ์ แย้มพระสรวล ทำให้ประชาชนต่างซาบซึ้งน้ำตาไหล ทั้งนี้ประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จได้ชมพระราชพิธีผ่านจอภาพขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ประจำตามจุดต่างๆ อย่างตั้งใจ โดยเฉพาะช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัส ซึ่งทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จะน้อมนำพระราชดำรัสไปประพฤติปฏิบัติ และเป็นพสกนิกรที่ดีตลอดไป
ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมนายอนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรส ได้เดินทางไปลงนามถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ท้องพระโรงศาลาราชประชาสมาคม ซึ่งสำนักพระราชวังได้จัดสถานที่ไว้ให้ข้าราชการ คณะทูตานุทูต รวมทั้งประชาชนทั่วไปร่วมลงนามถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยตั้งแต่เช้า คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายต่างๆ รวมทั้งเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ผู้นำเหล่าทัพ ตลอดจนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และประชาชนทั่วไป ไปร่วมลงนามถวายพระพร แสดงความจงรักภักดีกันอย่างเนืองแน่น
ทั้งนี้ ในเวลา 17.00 น. นายกฯ ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่เสด็จฯ แทนพระองค์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง และในเวลา 19.19 น. นายกฯ ได้เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
วันเดียวกัน ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย ต่างมีการจัดกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกันอย่างถ้วนทั่ว โดยมีกิจกรรมมาตั้งแต่ช่วงเช้า ทั้งการทำบุญตักบาตร, การบริจาคโลหิต และการอุปสมบทหมู่ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงค่ำ พสกนิกรทั่วประเทศต่างก็ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพรอย่างพร้อมเพรียงกับส่วนกลาง / ไทยโพสท์

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s