ทปอ.ปลุกต้านโกงระดับชาติ จับตาทุกโครงการห้ามทุจริต

วงประชุมวิชาการ ทปอ.ปลุกพลังต้านโกงทั้งระดับชาติและในรั้วมหา’ลัย “สมคิด” เผยมหา’ลัยต้องกระตือรือร้นกวาดบ้านตัวเอง เพราะผลิตบัณฑิตให้สังคมปีละ 3 แสน ห้ามลอกข้อสอบ ลอกงานวิชาการ และ นศ.ต้องห้ามเบี้ยวหนี้ กยศ. พร้อมเตือนรัฐอย่าทุจริต เพราะ ทปอ.จับตาทุกโครงการรัฐอยู่ “รัชตะ” ชี้ครู-อาจารย์คือต้นแบบต้านโกงได้ แนะหาเวลาว่างในชั่วโมงเรียนส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จัดการประชุมทางวิชาการ ทปอ. ประจำปี 2556 เรื่อง “บัณฑิตไทย คนรุ่นใหม่หัวใจคุณธรรม” โดย ศ.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และในฐานะประธาน ทปอ. กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาการประชุมวิชาการ ทปอ.จะเน้นเรื่องทางด้านวิชาการ ยังไม่เคยจัดในเรื่องที่มีผลกระทบต่อสังคมมากเท่ากับหัวข้อการประชุมในครั้งนี้ ซึ่งหัวข้อนี้เป็นข้อเสนอของ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ที่เสนอต่อที่ประชุม ทปอ.เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยอยากให้มีโครงการต่อต้านคอร์รัปชันในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งไม่ได้หวังให้เกิดผลเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ต้องการให้เกิดการต่อต้านคอร์รัปชันในสังคมไทยด้วย
“มหาวิทยาลัยจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในสังคมไทย ถ้าสามารถผลิตบัณฑิตที่มีหัวใจคุณธรรม รักความยุติธรรม ไม่ทุจริตคอร์รัปชันแล้ว เมล็ดพันธุ์ดังกล่าวก็จะเติบโตและสร้างสังคมไทยให้มีความเป็นธรรม ปราศจากคอร์รัปชันได้ อย่างไรก็ดี แม้หัวข้อการประชุมครั้งนี้จะตั้งไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ไม่น่าเชื่อว่าหัวข้อนี้จะทวีความสำคัญขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการที่มหาวิทยาลัยได้ออกมารณรงค์ต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยยังคงยืนหยัดในบทบาทตัวเองออกมาต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ถือเป็นบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยและนักศึกษา” ศ.สมคิดกล่าว
เวลาต่อมา นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง “คนรุ่นใหม่หัวใจคุณธรรม” ตอนหนึ่งว่า เมื่อปี 2506 ที่ตนยังเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น นักศึกษามีบทบาททางการเมืองที่เข้มแข็ง และได้จางลงไป จนมาถึงปัจจุบันมีเหตุการณ์บ้านเมืองที่สำคัญ ทำให้เห็นว่าบุคลากรทางการศึกษาและนักศึกษาไทยยังไม่ทิ้งคุณธรรม และรับไม่ได้กับการทุจริตที่เกิดขึ้น ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์การทุจริตคอร์รัปชันของไทย พบว่ามีคะแนน 37 จากเต็ม 100 อีกทั้งผลสำรวจจากเอแบคโพล พบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 68.5 ยอมรับได้กับการทุจริตคอร์รัปชัน ขณะที่มหาวิยาลัย UCSI ประเทศมาเลเซีย สำรวจประชาชน พบร้อยละ 63.1 ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างสิ้นเชิง โดยสิ่งสำคัญที่จะปลูกฝังจิตสำนึกบัณฑิตไทยให้ปฏิเสธการคอร์รัปชันทุกรูปแบบคือ กิจกรรมเสริมสร้างทัศนคติความซื่อสัตย์สุจริตผ่านการสนับสนุนของอาจารย์และมหาวิทยาลัย
ต่อมายังมีการเสวนาพิเศษเรื่อง “อุดมศึกษาไทยกับประชาธิปไตยและการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน” โดยมี ศ.สมคิด พร้อมด้วย ศ.นพ.รัชตะ และนายกีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดย ศ.สมคิดกล่าวว่า จริงๆ แล้วเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องของมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่เนื่องด้วยแต่ละปีเรามีการผลิตบัณฑิตจบใหม่รวมกว่า 3 แสนคน และต้องไปอยู่ในสังคมและการทำงาน เราจึงต้องปลูกฝังเรื่องการไม่ทุจริตคอร์รัปชัน ขณะที่ ทปอ.เองก็จะพยายามต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำให้ ทั้งปัญหาการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว หรือโครงการใหญ่ๆ ที่ผ่านมา เราปวารณาตัวเองว่า ทปอ.มีคนที่รู้ด้านต่างๆ ที่เป็นนักวิชาการ สามารถวิเคราะห์ได้ว่าโครงการใดมีการทุจริตหรือไม่ และเราก็ติดตามเรื่องเหล่านี้มาตลอด
“การกวาดบ้านตัวตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ หากเราไม่ดีจะไปบอกคนอื่นให้ดีคงไม่ได้ ฉะนั้นเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันที่มหาวิทยาลัยมักกล่าวอ้างสิ่งภายนอก ก็ต้องมาดูในรั้วมหาวิทยาลัยเช่นกันกับประชาคมทั้งหมด โดยจะต้องไม่มีปัญหาการทุจริตด้วยการลอกข้อสอบ การเบี้ยวหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา การลอกผลงานทางวิชาการ และทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภายในมหาวิทยาลัย” ศ.สมคิดกล่าว
ศ.นพ.รัชตะกล่าวว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นเหมือนเป็นมะเร็งร้ายเกาะกินสังคมไทย สังเกตได้จากจีดีพีของไทยเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย วันนี้เศรษฐกิจไทยก็ไม่ได้น้อยหน้า แต่ทำไมถึงมีจีดีพีต่ำกว่า ซึ่งก็เพราะเรามีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นและการเมืองที่ไม่มั่นคง ฉะนั้นต้องแก้ที่จิตสำนึกของสังคม ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถมีส่วนช่วยปลูกฝั่งจิตสำนึกได้ จึงเป็นที่มาของการตั้งเป้าหมายบัณฑิตไทยต้องเก่งและต้องเป็นคนดี จริงๆ แล้วอยากนำคำว่าคนดีมาอยู่ก่อนคนเก่งด้วยซ้ำ อย่างไรก็ดี คิดว่าระยะเวลา 4-5 ปีในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ยังไม่สายที่จะปลูกฝังความคิดการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเรื่องนี้ครูและอาจารย์มีส่วนสำคัญ สามารถเป็นแบบอย่างให้กับผู้เรียนได้ รวมถึงการอบรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ในชั่วโมงเรียน ซึ่งอาจใช้เวลาเพียงน้อยนิดในชั่วโมงเรียน แต่ก็มีความสำคัญไม่แพ้การสอนวิชาการ
นายกีร์รัตน์กล่าวว่า กรณีการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทำให้เราเห็นความดี-ความชั่วชัดเจนขึ้นในสังคม ไทยโพสท์

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s