“แอพฯ มือถือ” ซื้อขายปีละ 1.5 หมื่นล้าน สรรพากรเล็งเรียก VAT

แอพพลิเคชั่น
“สรรพากร” ชี้แนวโน้มยอดซื้อ-ขายแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์ประเภทสมาร์ทโฟน และ แทบเล็ตในแต่ละปี มูลค่ามหาศาล เล็งเรียก VAT แบบอเมริกา พร้อมแก้อุปสรรคที่ผู้จำหน่ายแอพฯเป็นแบบออนไลน์ไม่ได้ตั้งในในไทย

นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมฯกำลังศึกษาการจัดเก็บภาษีจากการซื้อ-ขายแอพพลิเคชั่นจากโทรศัพท์ประเภทสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต ที่มีมูลค่าการเพิ่มสูงทุกปี อย่างไรก็ตามการซื้อขายดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการเก็บภาษีตามข้อกำหนดของสรรพากรที่กำหนดว่าหากมีการซื้อขายสินค้าหรือบริหารต้องเสียภาษีที่เกี่ยวข้อง อาทิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้

ทั้งนี้การเข้าไปเก็บภาษีดังกล่าวต้องศึกษาว่าจะจัดเก็บอย่างไร เพราะผู้ขายบางรายไม่ได้ตั้งบริษัทในไทย คงต้องนำเรื่องนี้ไปหารือในการประชุมด้านภาษีระหว่างประเทศ อาทิ การประชุมหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างอธิบดีสรรพากรของประเทศในกลุ่มเอเชียแปซิฟิค (The Study Group on Asian Tax Administration and Research หรือ SGATAR ) ที่มีสมาชิกกว่า 16 ประเทศ

“ประเทศที่มีการเก็บ VAT จากการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น อาทิ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสรรพากรไทยคงต้องศึกษาว่าในสหรัฐนั้นจัดเก็บอย่างไร รวมถึงต้องหารือกับประเทศต่างๆ ด้วยว่าแนวทางการจัดเก็บภาษีควรเป็นอย่างไร โดยจะต้องผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ” นายสุทธิชัย กล่าว

ทั้งนี้ในการจัดเก็บภาษีอาจจะนำอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยได้ทำข้อตกลงกับประเทศต่างๆ ไปแล้วกับ 55 ประเทศ เข้ามาเป็นเครื่องมือในการช่วยจัดเก็บ โดยปัจจุบันการค้าขายหรือการดำเนินธุรกิจเกิดขึ้นใหม่ๆ ทุกวัน กรมสรรพากรต้องปรับปรุงแนวทางการจัดเก็บภาษีให้ทันกับการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

นายสุทธิชัย กล่าวว่า กรมสรรพากรปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีทันสมัยมากขึ้น โดยล่าสุดได้พัฒนาการเสียภาษีผ่านแอพพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถยื่นแบบรวมถึงการเสียภาษีผ่านมือถือตรงนี้จะช่วยให้ผู้เสียภาษีได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น พร้อมกันนี้เตรียมปรับโฉมสำนักงานสรรพากรทั่วประเทศ ให้มีความทันสมัย และให้ผู้เสียภาษีอยากเข้ามาใช้บริการ จากขณะนี้ผู้เสียภาษีมักจะกลัวกรมสรรพากรและไม่อยากเข้ามาติดต่อเพราะมีความรู้สึกที่ไม่ดีกับสรรพากร

แหล่งข่าวในวงการไอที ระบุว่า จากปัจจัยการ การเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz นั้น คาดว่าจะส่งผลให้เกิดความต้องการบริการ และแอพพลิเคชั่นใหม่ๆที่ต้องอาศัยการสื่อสารความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นด้านบันเทิงอย่างการชมภาพยนตร์ออนไลน์ หรือแม้แต่ด้านธุรกิจ ซึ่งสามารถใช้เป็นช่องทางเข้าถึงข้อมูลเชิงธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา

พร้อมคาดว่า ในปีนี้จะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนในไทยไม่น้อยกว่า 14-15 ล้านเครื่อง ซึ่งการการเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ประกอบกับการเปิด 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดแอพพลิเคชั่นในเมืองไทยเพิ่มขึ้น คาดว่าตลาดรวมของธุรกิจดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น และบริการคอนเทนต์ต่างๆ ของไทยในปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ขณะที่ “เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล” ได้รายงานว่า ในปีนี้ธุรกิจแอพพลิเคชั่นทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ ระบุว่า ปัจจุบันแหล่งดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของแอปเปิ้ล คือ แอพ สโตร์ และของกูเกิล คือ กูเกิล เพลย์ มีแอพพลิเคชั่นรวมกันมากกว่า 1,400,000 แอพพลิเคชั่น

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s