ตลาดเมกอัพวูบสุดรอบ 5 ปี แบรนด์เนมดังปรับแผนสู้

ตลาดเครื่องสำอางหดตัวแย่สุดรอบ 5 ปี เหตุกำลังซื้อหดตัวลง จากผลกระทบเศรษฐกิจ รถคันแรก “เดอะมอลล์” ยอมรับแผนกบิวตี้ฮอลล์โตต่ำเป้าหมาย 8% เร่งอัดกิจกรรมตลาดโค้งท้ายกู้ยอดขายคืน

น.ส.มาลินี ทรัพย์บริบูรณ์ รองประธานกรรมการบริหาร กำกับดูแลภาพรวมสินค้ากลุ่มสตรี บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรวมเครื่องสำอางปีนี้ถือเป็นปีที่แย่ที่สุดในรอบ 5 ปี สังเกตเห็นได้ว่าในปีนี้เครื่องสำอางแบรนด์ดังๆ มีความเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมากขึ้น เช่น แบรนด์ลาแมร์ ชูกลยุทธ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน แบรนด์ชิเชโด เอสเต้ลอเดอร์ หรือลังโคมก็มีการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้า รวมทั้งทำกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยลบที่สำคัญคือ ภาวะทางเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงต้นปี การมีโครงการรถคันแรกทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งใช้เงินกับโครงการนี้มาก ส่งผลให้ภาพรวมกำลังซื้อหดตัวลง

ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในของบริษัทฯ คือการที่เดอะมอลล์ได้ปิดปรับปรุงแผนกบิวตี้ ฮอลล์ พื้นที่ 5,000 ตร.ม.ของศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายใต้งบลงทุน 200 ล้านบาท ก็ทำให้แผนกบิวตี้ ฮอลล์ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมามีการเติบโต 8% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีว่าจะมียอดขายเติบ 15% เนื่องจากผู้บริโภคมีการลดปริมาณการซื้อ 20-30% จากเดิมจะมียอดซื้อต่อบิลอยู่ที่ประมาณ 4,500 บาท

น.ส.มาลินีกล่าวว่า จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีทำให้บริษัทต้องปรับเป้าหมายใหม่ รวมทั้งการปรับแผนการทำตลาดด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมร่วมกับพันธมิตรมากขึ้นทำในแผนกบิวตี้ ฮอลล์ เช่น การมอบส่วนลดสูงสุด 30% และการจัดโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 10 เดือน เป็นต้น

ส่วนช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ บริษัทฯ มีงบตลาดประมาณ 180 ล้านบาทจากงบการตลาดในแผนกบิวตี้ ฮอลล์ทั้งปีที่ 330 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นปีคาดว่าจะมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 5,500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10%

ขณะที่แผนธุรกิจในปี 2557 บริษัทฯ มีแผนที่จะลงทุนด้วยงบประมาณ 360 ล้านบาท ปรับปรุงพื้นที่แผนกบิวตี้ ฮอลล์ 3 สาขาคือ ดิ เอ็มโพเรียม เดอะมอลล์ บางกะปิ และเดอะมอลล์ บางแค ขณะที่ปี 2558 มีแผนที่จะใช้งบอีก 200 ล้านบาท ปรับปรุงแผนกบิวตี้ ฮอลล์ สาขาเดอะมอลล์ ท่าพระ และเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

น.ส.มาลินีกล่าวให้ความเห็นกรณีรัฐบาลจะมีการปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเหลือ 0-5% ว่า ทางภาครัฐต้องมีมาตรการควบคุมเจ้าของแบรนด์สินค้าด้วย เพราะอาจมีบางรายไม่ยอมลดราคาสินค้าภายหลังจากประกาศปรับลดอัตราภาษี แต่อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ดีที่จะลดภาษีนำเข้า เพราะราคาของสินค้จะถูกลงจากเดิมประมาณ 15-20% โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s